Thursday, February 22, 2024

Business Model Canvas เครื่องมือออกแบบโมเดลธุรกิจ

 16 ม.ค. 2566 12:54 น.    เข้าชม 541    Entrepreneurship
Business Model Canvas เครื่องมือออกแบบโมเดลธุรกิจ

Business Model คืออะไร? ถ้าเราลองหาความหมายหรือคำนิยาม หลายๆ ที่ อาจจะใช้คำทับศัพท์ ถ้าเป็นภาษาไทยอาจจะเรียกว่าเป็น โมเดลทางธุรกิจ หรือบอกว่าเป็นแบบจำลองทางธุรกิจ หรือบางคนก็จะบอกว่าเป็นรูปแบบธุรกิจ รูปแบบวิธีการดำเนินกิจการ แล้วความหมายเหล่านี้จริงๆ แล้วมันคืออะไร?

 

ถ้าเราอาจจะลองให้คำนิยามง่ายๆ Business Model คือ การอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ปัจจุบันเราหรือบริษัท กำลังทำธุรกิจอย่างไร? ซึ่งการจะอธิบายว่าบริษัทกำลังทำธุรกิจอย่างไร อาจจะสามารถขยายความได้ด้วย 4 คำถามสำคัญ คือ

คำถามแรก Who ใครคือลูกค้าของเรา 

คำถามที่ 2   What เรากำลังทำสินค้าและบริการอะไร ให้ลูกค้าของเรา

คำถามที่ 3  How เพื่อให้เกิดสินค้าและบริการเหล่านั้น เราต้องมีและต้องทำอะไรบ้าง

และสุดท้าย คือ Money  เรามีรายได้ด้วยวิธีอะไร แล้วมันคุ้มค่ากับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มันเกิดขึ้นไหม  4 คำถามนี้ คือ 4 คำถามสำคัญที่จะบอกว่า Business Model ของเราเป็นยังไง 

Business Model Canvas คือเครื่องมือที่รวบรวมองค์ประกอบทั้ง 9 เรื่อง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกธุรกิจ เพื่อให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ครบทุกมิติภายในกระดาษ 1 แผ่น ซึ่งจริงๆแล้ว Business Model canvas ก็เป็นการขยายความ 4 คำถามสำคัญข้างต้น นั่นก็คือใคร ทำอะไร ทำอย่างไร และเรื่องเงินเป็นยังไงบ้าง

องค์ประกอบทั้ง 9 เรื่อง 9 ช่อง ของ Business Model Canvas 1 แผ่น มีอะไรบ้าง

ช่องที่ 1 ก็คือ Consumer Segments ลูกค้าถือใคร

ช่องที่ 2 คือ Value Proposition เรามีคุณค่าอะไรที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่นที่จะมอบให้กับลูกค้า

ช่องที่ 3 Channel แล้วเรามีช่องทางอะไรที่จะเข้าถึงลูกค้าเหล่านั้น ให้เขารู้จักและได้ใช้บริการของเรา  

ช่องที่ 4 Customer Relationship เราคงไม่อยากให้ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแล้วเลิกเป็นลูกค้าของเรา เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเมื่อเราสร้างความสัมพันธ์กับเขาแล้ว ก็จะเกิดการซื้อซ้ำบอกต่อ เกิดเป็นกระแสรายได้

ช่องที่ 5 คือ Revenue Stream เรามีวิธีการหารายได้อย่างไรบ้าง 

นั้นคือ 5 ช่องแรกซึ่งเป็นส่วนหน้าบ้านหรือ ส่วน Marketing เป็นส่วนที่ลูกค้ามองเห็น และเป็นส่วนที่เรานำส่งคุณค่าให้กับลูกค้าของเรา

 

ต่อไปคือช่องที่ 6  ก็คือ Key resource เรามีทรัพยากรสำคัญอะไรที่จะไปสร้างคุณค่าเหล่านั้น เพื่อส่งถึงลูกค้า

ช่องที่ 7 Key Activity เรามีกิจกรรมสำคัญอะไรบ้างที่จะต้องทำเพื่อให้เกิดคุณค่าเหล่านั้นในการส่งมอบถึงลูกค้า และเราคงทำเองไม่ได้ทั้งหมดเราจะมี ช่องที่ 8

ช่องที่ 8 คือ Key Partner เป็นใครได้บ้างที่จะมาช่วยเราสร้างคุณค่า ช่วยเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

และก็มาที่ช่องสุดท้าย ช่องที่ 9 เป็นเรื่องของโครงสร้างต้นทุน Cost Structure กิจกรรมที่เราทำทั้งหมดล้วนเกิดต้นทุนทั้งนั้น เรามีโครงสร้างต้นทุนอย่างไรบ้าง

 

เพราะฉะนั้น ทั้ง 4 ส่วน สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น Key resource ทรัพยากรที่เราต้องมี Key Activities กิจกรรมที่เราต้องทำ รวมถึง Key Partner ที่จะมาช่วยเราสร้างคุณค่าเหล่านั้น เป็น Cost Structure โดย 4 ส่วนนี้ถือว่าเป็นส่วนหลังบ้าน หรือว่าเป็นงาน Operation ที่เราเห็น และต้องทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ


Comment